เสียสละเพื่อใคร?

posted on 26 Apr 2008 22:17 by maccaca
อาชีพแพทย์เป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่ถือว่ามีเกียรติ ผมก็คิดเช่นกัน แม้ว่าปัจจุบันความน่าเชื่อถือจะลดน้อยลงไปมากก็ตาม มีการฟ้องร้องอย่างมากมาย ส่วนใหญ่ฟ้องในเรื่องที่ป้องกันไม่ได้ แต่ก็หาว่าแพทย์ผิด...แต่ก็ช่างเหอะ...ก็เค้าไม่เข้าใจ ยังไงเราก็คิดว่าถ้าเราอธิบายดีๆ คุยกันให้เข้าใจ ปัญหามันน่าจะลดน้อยลง เราคงไม่ท้อกับเรื่องนี้มากนักหรอก แต่ตอนนี้เรารู้สึกสับสนมากๆ "เราเลือกเดินทางถูกมั้ย?"...อะไรที่ทำให้เรารู้สึกอย่างนั้นหนะหรอ...สมัยปี 3 พ่อเราผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีโดยที่บ้านไม่มีใครบอกเราสักคน มารู้อีกทีก็ตอนที่ผ่าเสร็จแล้ว นอนพักฟื้นอยู่ ตอนนั้นยังเป็นเด็กน้อยโง่ๆ ที่มีความรู้ทางการแพทย์แบบงูๆปลาๆ "ผ่าตัดจะเป็นอะไรมั้ย?" "ผลเป็นอย่างไร?" "จะเป็นมะเร็งมั้ย?" คิดไปต่างๆนาๆ แต่ก็ผ่านมาด้วยดี ล่าสุดพ่อเราเจ็บหูมาปีกว่า กินยาแล้วไม่หาย เราก็พอรู้ว่าไม่เป็นอะไรมากหรอก แต่มันก็อดกลัวโรคร้ายๆไม่ได้...เราบอกพ่อให้มารักษาที่ที่เราเรียนอยู่ แต่ก็ไม่ยอมมา กินยาจากที่เดิมไปก่อน...แต่ครั้งนี้พ่อคงรำคาญแหละ เลยตัดสินใจจะมารักษาที่นี่ เราก็ดีใจที่พ่อจะมารักษากับอาจารย์ที่เค้าเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก...เราอยู่ปี 6 แล้ว เป็นextern ต้องทำงานจริงจังแล้ว ดูแลวอร์ด ดูแลผู้ป่วย มีหน้าทีประจำที่ต้องรับผิดชอบ อยากจะพาพ่อไปหาอาจารย์ก็ไม่รู้จะปลีกตัวมาได้มั้ย จะขออนุญาตอาจารย์หรือพี่แพทย์ประจำบ้านได้มั้ย...เราก็ยังไม่รู้...ความรู้สึกท้อแท้ เหนื่อยหน่าย หมดกำลังใจ ประดังเข้ามาไม่หยุด คำถามที่เราก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดังก่องอยู่ในหัว "อาชีพอย่างเรา ดูแลผู้คนมากมาย ให้หายเจ็บป่วย มีความสุขกายสบายใจให้มากที่สุด แต่...ไม่สามารถดูแลตัวเองและคนในครอบครัวได้" แม้แต่พ่อตัวเองยังไม่มีเวลาพาไปหาหมอ...เศร้า...เรารู้สึกว่าการเสียสละในวิชาชีพนี้มันช่างทรมานเหลือเกิน ความสุขของผู้ป่วยต้องแลกกับชีวิตส่วนตัวและคนในครอบครัวหรอ? นี่หรือ..คือการเสียสละ...

Comment

Comment:

Tweet

การบริหารเวลา ไม่ใช่ปัญหา
สิ่งที่เป็นปัญหา คือความกลัว
ความกลัว ก็ยังเป็นความกลัว ถ้าไม่ลองทำ
พอเริ่มลงมือทำ ปัญหาจะย้ายไปที่ใหม่ เพื่อให้ค่อยๆแก้
ปัญหาที่ย้ายไปให้ตามแก้ อาจจะยากกว่าตอนที่ยังไม่ได้ทำ
แต่สิ่งที่ดีคือ มันจะใกล้ต้นตอของปัญหาเข้าไปเรื่อยๆ
ต่อให้เราอาจแก้อะไรไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยที่สุด
ไม่ต้องมาเจ็บปวด กับคำว่า " รู้งี้ "
อีกอย่าง คนที่จะทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ให้กับคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเต็มจากภายในก่อน
ถ้าข้างในยังกลวง โหวเหว ถึงให้เวลาเต็มร้อย คุณภาพก็กลวง
ดูแลคุณพ่อก่อน ให้สบายใจ แล้วค่อยมาลุยงานต่อ
เชื่อว่าทุกคนที่เกี่ยวข้อง จะเข้าใจ และช่วยเหลือ
เป็นกำลังใจให้จ้า คุณหมอ

#4 By no name (58.8.178.82) on 2008-07-08 07:20

อ่านแล้วก็เห็นด้วยค่ะ เรียนมาก็แยะแต่ส่วนใหญ่ก็เอาเวลาและความรู้ไปให้คนไข้คนอื่น ส่วนสมาชิกในครอบครัวแทบไม่เคยได้รักษาหรือช่วยดูแลตามความสามารถเราได้ ฟังแล้วเหี่ยวใจยังไงไม่รู้

#3 By Lavenya on 2008-05-09 20:51

ลูคก็เคยคดเหมือนกันค่ะ

แต่ว่า...

เราต้องลองดูทุกอย่างเลย เพราะว่าถ้ามัวแต่คิดล่ะก็

ก็จะแปลว่าไม่ได้ดูแลครอบครัวไปเลยจริง ๆ น่ะสิ...

สู้ต่อไปนะคะ big smile

#2 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-04-27 18:48

ดูแลได้สิ พี่ๆกะอาจารย์คงเข้าใจ
สู้ๆ อย่าพึ่งท้อนะแก

#1 By mutsuki on 2008-04-26 22:36