คู่มือการเลี้ยงเด็ก

posted on 10 Jun 2009 20:42 by maccaca

ไม่ได้มาอัพเดทซะนาน (นานมาก)

ชีวิตการทำงาน มันก็ต่างจากตอนเรียนเยอะอยู่นะ

ความรับผิดชอบต่างๆมันก็เยอะขึ้น (ขายื่นเข้าไปในคุกข้างนึงนั่นเอง)

555 เว่อไปหน่อย...แต่สมัยนี้มันก็ต้องระวังตัวจริงๆนั่นแหละ

โดยเฉพาะเด็กน้อยที่พ่อแม่มักจะเป็นห่วงพวกเค้า(มัน)มากๆ เวลาไม่สบาย

ความคาดหวังที่ตัวเราก็มากขึ้น

หวังว่าเราจะช่วยให้เค้าหายเจ็บป่วยได้...เหอๆ (ตูเพิ่งจบ -.-")

จึงจำเป็นต้องหาความรู้ให้มากๆ

วันนี้เลยเอาเกร็ดความรู้พื้นฐานมาฝาก

เป็นแนวทางในการดูแลเด็ก (เอามาจากต่างประเทศเลยนะ..อิอิ ^^)

.

.

.

.













ทายนิสัย

posted on 07 Sep 2008 17:21 by maccaca
คนใจเย็น...คนที่กลั้นผายลมจนถึงจุดระเบิด
คนไม่จริงใจ...คนที่ผายลมแล้วหันไปจ้องหน้าเด็กคนข้าง ๆ
คนงก...คนที่ชอบยืนดมกลิ่นผายลมของตัวเอง
คนขี้โอ่...คนที่ผายลมเสียงดังสนั่นแล้วยืนหัวเราะชอบใจ
คนโชคร้าย...คนที่พยายามผายลมขณะเอามือตบโต๊ะไปด้วย แต่พลาดจังหวะ
นักวิทยาศาสตร์...คนที่สามารถวิเคราะห์ได้หลังจากสูดกลิ่นผายลมเข้าไปว่า
อาหารก่อนหน้านั้นประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน อย่างละกี่เปอร์เซ็นต์
ซาดิสต์...คนที่ผายลมในผ้าห่มแล้วกดหัวคู่นอนให้เข้าไปดม
คนเจ้าเล่ห์...คนที่ผายลมพร้อมกับไอกระแอมเบาๆ
คนสุภาพ...คนที่กล่าวขอโทษก่อนและหลังการผายลมแม้จะอยู่เพียงคนเดียว
ผู้ดี...คนที่กลั้นผายลมไว้หลายชั่วโมงจนท้องอืด เพื่อเก็บไว้กลับไปผายลมที่บ้าน
คนมั่นคง...คนที่ผายลมเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และยาวนาน
คนอำมหิต...คนที่ผายลมไร้เสียง แต่กลิ่นเหม็นร้ายกาจ
คนดีแต่พูด...คนที่ผายลมดังปัง แต่ไร้กลิ่น
คนหลายใจ...คนที่ผายลม ปัสสาวะ และอุจจาระในเวลาเดียวกัน
แพทย์...คนที่ล้างมือก่อยผายลม
คนใจบุญ...คนที่ยืนผายลมเหนือลม ให้ทุกคนรับอานิสงค์โดยทั่วกัน

ชีวิตประจำวันของผมตืนตี 5 อาบน้ำแต่งตัว ซดกาแฟหนึ่งกระป๋อง ขนมปังหนึ่งชิ้นแล้วเริ่มงาน
ทุกๆวัน ตี 5 ครึ่ง เป็นระยะเวลาอย่างนี้มา 8 สัปดาห์แล้ว
"แล้วเหนื่อยมั้ย?" คงไม่ปฏิเสธหรอก..ผมเหนื่อยมาก..แต่ก็คงเทียบไม่ได้กับความทุกข์ทรมานของคนไข้
ผมเลือกเส้นทางสายนี้แล้ว..
บางวันผมได้กินข้าวกลางวันตอนบ่าย-บ่ายสองโมง แย่หน่อยก็ไม่ได้กิน
ช่วงเย็นก็ราวด์เย็น ถ้าโชคดีหน่อยก็เลิก 6 โมงเย็น แย่หน่อยก็เลิก 4 ทุ่ม มื้อเย็นหนะหรอ ก็หลังจากนั้นนั่นแหละ
8 สัปดาห์ที่ผ่านมาชีวิตผมวนเป็นวัฏจักรแบบนี้ทุกวัน เว้นบ้างบางอาทิตย์

และเมื่อวันที่ผมต้องเป็นคนไข้เองบ้างล่ะจะเป็นอย่างไร...ผมท้องเสียเมื่อ 4 วันก่อน เช้า 2 รอบ ถ่ายเป็นเนื้อเหลวๆ ปนกับฟองๆ ไม่มีมูก ไม่มีเลืิอด ไม่มีไข้ บ่ายอาเจียน 2 รอบ เป็นอาหารที่เพิ่งกิน ปวดท้องรุนแรง....ผมต้องกัดฟันทน เพราะอะไรหนะหรอ...เวลาไงล่ะ...ผมปลีกตัวมาไม่ได้ กว่าจะเลิกก็เย็นแล้ว...ผมทนๆๆ อาการมันก็ดีขึ้น แต่ยังปวดท้องอยู่ ผมคิดว่าพรุ่งนี้คงหาย ก็คงเป็นเหมือนทุกๆครั้ง เครียดแล้วก็ปวดท้องแล้วก็ท้องเสีย...แต่ว่าเช้าวันต่อมาผมก็ยังคงปวดท้อง+ถ่ายเหลวอยู่ แต่วัฏจักรชีวิตของผมยังคงเป็นเหมือนเดิมจนจบหนึ่งวัน วันต่อมาอาการก็ดีขึ้นแล้ว "คงหายแล้วมั้ง" แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิด เช้าเมื่อวานก็ยังปวดท้อง+ถ่ายเหลวอีก 2 ครั้ง...ผมทนไม่ไหวแล้ว...เย็นวันนั้นผมตัดสินใจเดินไปห้องแพทย์เวร "พี่ครับ ผมปวดท้อง ท้องเสีย ฯลฯ" "โอเค เดี๋ยวพี่จ่ายยาให้ น้องเอายาอะไรบ้าง"

พอไปถึงห้องยาผมรออยู่ 1 ชม. เพียงเพื่อได้ยาแค่อย่างละ 2 เม็ด พร้อมกับคำตอบที่ว่า "เบิกนอกเวลานะคะ ได้ยาแค่ 1 วัน พรุ่งนี้ต้องไปติดต่อที่OPDชั้น 4"...อะไรกันเนี้ยยยยยยยย...ผมนั่งรอตั้งนาน อุตส่าห์ไม่ลัดคิว เกรงใจคนที่เค้าเจ็บกว่า...กลับได้ยามาอย่างละ 2 เม็ด ต้องเสียเวลามาพรุ่งนี้อีก

วันนี้ผมไปติดต่อขอยาเพิ่มอีก+ระบายความอัดอั้นตันใจในครั้งนี้+เรื่องในครั้งก่อนๆที่เคยเล่าไว้ในตอนที่แล้ว แต่ผมกลับถูกตัดบท "ก็เห็นบอกอย่างนี้ทุกคนแหละ เบิกยาไปเยอะๆก็ไม่ได้ใช้" ....ผมฟังแล้วทำให้ผมรู้สึกแย่กับระบบที่นี่มากๆ ผมเข้าใจนะว่าระบบมันเป็นอย่างนี้ แต่ยกให้นักศึกษาแรงงานในโรงพยาบาลไม่ได้เลยหรอ...ไม่เจ็บจริงผมไม่ขอยาหรอก ปวดหัวตัวร้อน ผมซื้อพาราเซตามอล นอนพัก เดี๋ยวก็หาย แต่ครั้งนี้มันปวดท้องจริงๆ ผมตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ดูแลทุกๆคนเท่าที่ผมจะทำได้ แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมามันคืออะไร T_T ...ผมอยากรีบเรียนให้จบเร็วๆจัง...อยากอยู่ในที่ที่เค้า"เห็นคุณค่า"

 

edit @ 15 Jul 2008 11:05:29 by Maccaca_rhesus